วางแผนการเงิน

เริ่มช้าดีกว่าไม่เริ่ม! 6 สเตปวางแผนเกษียณ ให้ชีวิตบั้นปลายสุขสบาย ไม่เป็นภาระลูกหลาน

คู่มือวางแผนเกษียณสำหรับคนที่รู้สึกว่าเริ่มช้า สรุป 6 สเตปตั้งแต่เช็กค่าใช้จ่าย คำนวณเงินเกษียณ ปิดหนี้ เพิ่มเงินออม วางแผนประกันสุขภาพ และสร้างรายได้หลังเกษียณ

เผยแพร่ 20/5/2569

หลายคนไม่ได้ไม่อยากวางแผนเกษียณครับ

แต่ชีวิตจริงมักมีเรื่องต้องจ่ายก่อนเสมอ บ้าน รถ ลูก พ่อแม่ หนี้สิน ค่ารักษา ค่าเทอม และค่าใช้จ่ายประจำวัน จนรู้ตัวอีกทีอายุก็เดินมาไกลกว่าที่คิด

คำถามที่เจ็บแต่ต้องตอบคือ ถ้าวันหนึ่งเราไม่มีรายได้จากงานแล้ว เรายังดูแลตัวเองได้ไหม

ข่าวดีคือ ต่อให้เริ่มช้า ก็ยังดีกว่าไม่เริ่มเลย

แต่การเริ่มช้าต้องวางแผนให้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่ฝากเงินไปเรื่อย ๆ แล้วหวังว่าจะพอ บทความนี้สรุป 6 สเตปวางแผนเกษียณสำหรับคนวัยทำงาน โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่าเริ่มช้า แต่อยากให้ชีวิตบั้นปลายสบายขึ้น และไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน

ทำไมต้องรีบคิดเรื่องเกษียณตั้งแต่วันนี้

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติสะท้อนว่าจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ขณะที่วัยแรงงานมีภาระดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น

แปลเป็นภาษาชีวิตจริงคือ ในอนาคตเราอาจพึ่งลูกหลานได้น้อยกว่ายุคก่อน เพราะลูกหลานเองก็มีภาระค่าครองชีพ หนี้บ้าน ค่าเลี้ยงลูก และการแข่งขันในการทำงานของเขาเหมือนกัน

การวางแผนเกษียณจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือการให้ของขวัญกับตัวเองและคนที่เรารัก

สเตป 1: วาดชีวิตหลังเกษียณให้ชัดก่อน

อย่าเพิ่งเริ่มจากคำถามว่า “ต้องซื้ออะไร”

ให้เริ่มจากคำถามว่า หลังเกษียณอยากใช้ชีวิตแบบไหน

ลองตอบให้ชัด:

  • อยากเกษียณอายุเท่าไหร่
  • อยากอยู่บ้านเดิมหรือย้ายที่อยู่
  • ยังมีผ่อนบ้านหรือผ่อนรถไหม
  • อยากเดินทางท่องเที่ยวบ้างหรือไม่
  • ต้องดูแลพ่อแม่ คู่สมรส หรือคนในครอบครัวไหม
  • มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงสุขภาพอะไรบ้าง
  • อยากมีเงินใช้ต่อเดือนเท่าไหร่

เมื่อภาพชีวิตชัด ตัวเลขจะเริ่มชัดตาม

ถ้าคุณตอบแค่ว่า “อยากมีเงินพอใช้” จะวางแผนยากมาก แต่ถ้าตอบว่า “อยากมีเงินใช้เดือนละ 30,000 บาท หลังเกษียณ 25 ปี” เราจะเริ่มคำนวณได้ทันที

สเตป 2: คำนวณเงินเกษียณแบบง่ายก่อน

สูตรเริ่มต้นที่เข้าใจง่ายคือ:

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ x 12 x จำนวนปีหลังเกษียณ

ตัวอย่าง:

ถ้าอยากใช้เดือนละ 30,000 บาท และคาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ 25 ปี

30,000 x 12 x 25 = 9,000,000 บาท

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมเงินเฟ้อ ค่ารักษาพยาบาล เหตุฉุกเฉิน หรือค่าใช้จ่ายพิเศษอื่น ๆ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแนะนำแนวคิดการวางแผนเกษียณโดยมอง 3 ช่วงเวลา คือ วันนี้ - วันเกษียณ - วันที่เงินต้องพอใช้ตลอดชีวิต เพื่อให้รู้ว่าเรามีเวลาออมอีกกี่ปี และต้องเตรียมเงินสำหรับหลังเกษียณนานแค่ไหน

ถ้าเห็นตัวเลขแล้วตกใจ ไม่เป็นไรครับ จุดประสงค์ของการคำนวณไม่ใช่เพื่อทำให้ท้อ แต่เพื่อให้รู้ว่าเรายืนอยู่ตรงไหน

สเตป 3: เช็กทรัพย์สิน หนี้สิน และช่องว่างที่ต้องเติม

หลังรู้เป้าหมายเงินเกษียณ ให้เช็กสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ตัวอย่างทรัพย์สินที่ควรรวม:

  • เงินฝาก
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • ประกันสังคม
  • กองทุนรวม
  • RMF หรือกองทุนเพื่อเกษียณ
  • ประกันบำนาญ
  • เงินลงทุนอื่น
  • บ้านหรือทรัพย์สินที่อาจสร้างรายได้

จากนั้นเช็กหนี้สิน:

  • หนี้บัตรเครดิต
  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • ผ่อนรถ
  • ผ่อนบ้าน
  • หนี้ธุรกิจ
  • ภาระค้ำประกัน

สิ่งที่ต้องหาให้เจอคือ ช่องว่างเกษียณ

ช่องว่างเกษียณ = เงินที่ควรมี - เงินที่คาดว่าจะมี

ถ้าช่องว่างยังใหญ่ นี่ไม่ใช่คำตัดสินว่าคุณแพ้ แต่คือโจทย์ที่ต้องแก้ทีละขั้น

สเตป 4: ปิดหนี้แพงก่อน แล้วค่อยเร่งออม

คนเริ่มช้าหลายคนพลาดตรงนี้ครับ

เห็นว่าตัวเองมีเงินเกษียณไม่พอ ก็รีบไปซื้อผลิตภัณฑ์การเงินทันที ทั้งที่ยังมีหนี้ดอกเบี้ยสูงอยู่

หนี้ดอกเบี้ยสูง เช่น บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล อาจกินเงินในอนาคตเร็วกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนทั่วไป ถ้ายังปล่อยไว้ แผนเกษียณจะรั่วตลอดเวลา

ลำดับที่ควรทำ:

  1. กันเงินสำรองฉุกเฉินขั้นต่ำ
  2. หยุดสร้างหนี้บริโภคใหม่
  3. ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน
  4. รีไฟแนนซ์หรือจัดโครงสร้างหนี้ที่จำเป็น
  5. เมื่อภาระหนี้เบาลง ค่อยเพิ่มเงินออมเกษียณ

การวางแผนเกษียณที่ดีไม่ใช่แค่หาเครื่องมือเพิ่มเงิน แต่ต้องอุดรูรั่วของเงินด้วย

สเตป 5: เพิ่มอัตราออมและเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับอายุ

ถ้าเริ่มช้า สิ่งที่ต้องเพิ่มคือ อัตราออม

คนที่เริ่มเร็วอาจออมเดือนละน้อยแล้วให้เวลาช่วยทบต้น แต่คนที่เริ่มช้าต้องช่วยตัวเองด้วยการออมมากขึ้นและเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเวลาที่เหลือ

ตัวเลือกที่ควรพิจารณา:

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ถ้าที่ทำงานมี PVD ควรเช็กว่าเราออมเต็มสิทธิ์หรือยัง เพราะนอกจากเงินสะสมของเรา ยังมีเงินสมทบจากนายจ้าง ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม

RMF

เหมาะสำหรับเป้าหมายเกษียณระยะยาว แต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขการลงทุน การถือครอง และความเสี่ยงของกองทุน

ประกันบำนาญ

เหมาะกับคนที่อยากสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณตามสัญญา และต้องการวินัยออมระยะยาว แต่ต้องดูว่าเบี้ยจ่ายไหวจริงหรือไม่

ประกันชีวิต

ถ้ายังมีคนพึ่งพารายได้ของเรา เช่น ลูก คู่สมรส หรือพ่อแม่ ควรมีทุนคุ้มครองชีวิตให้เพียงพอ ไม่ใช่มีแค่เงินออมเกษียณอย่างเดียว

เงินลงทุนอื่น

เช่น กองทุนรวม ตราสารหนี้ หุ้นปันผล หรือสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด แต่ควรเลือกตามความเสี่ยงที่รับได้และเวลาที่เหลือก่อนเกษียณ

หลักคิดง่าย ๆ คือ ยิ่งใกล้เกษียณ ยิ่งต้องระวังความผันผวนและสภาพคล่องมากขึ้น

สเตป 6: กันความเสี่ยงสุขภาพก่อนเงินเกษียณรั่ว

หลายคนคิดถึงเงินใช้หลังเกษียณ แต่ลืมคิดถึงค่ารักษาพยาบาล

ความจริงคือ หลังเกษียณ รายได้จากงานมักลดลง แต่โอกาสใช้ค่ารักษาอาจเพิ่มขึ้น

ถ้ามีเงินเกษียณ 3 ล้านบาท แต่เจอค่ารักษาหนักครั้งเดียวหลักแสนหรือหลักล้าน แผนที่วางไว้อาจสั่นทันที

สิ่งที่ควรเช็ก:

  • มีประกันสุขภาพหรือยัง
  • วงเงินค่ารักษาพอไหม
  • ค่าห้องเหมาะกับโรงพยาบาลที่ใช้จริงหรือไม่
  • มีความคุ้มครองโรคร้ายแรงหรือไม่
  • เบี้ยหลังอายุมากขึ้นยังจ่ายไหวไหม
  • มีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่ประกันไม่ครอบคลุมไหม

ประกันสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องค่ารักษา แต่เป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้เงินเกษียณถูกดึงออกมาใช้เร็วเกินไป

ถ้าเริ่มช้า ควรทำอะไรก่อนใน 90 วัน

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าเยอะเกินไป ให้เริ่มจากแผน 90 วัน

เดือนที่ 1: รู้ตัวเลข

  • รวมรายได้ต่อเดือน
  • รวมค่าใช้จ่ายจำเป็น
  • รวมทรัพย์สิน
  • รวมหนี้สิน
  • คำนวณเงินเกษียณแบบคร่าว ๆ

เดือนที่ 2: หยุดรูรั่ว

  • ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
  • วางแผนปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง
  • ตั้งเงินสำรองฉุกเฉิน
  • เช็กประกันสุขภาพและประกันชีวิตที่มีอยู่

เดือนที่ 3: เริ่มระบบออม

  • เพิ่มเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพถ้าทำได้
  • เริ่มออมอัตโนมัติทุกเดือน
  • พิจารณา RMF ประกันบำนาญ หรือเครื่องมืออื่นตามเป้าหมาย
  • นัดทบทวนแผนทุก 6-12 เดือน

อย่ารอให้พร้อม 100% ค่อยเริ่ม เพราะความพร้อมมักเกิดหลังจากเราเริ่มลงมือ

ข้อผิดพลาดของคนเริ่มช้า

  • คิดว่าช้าแล้วจึงไม่ทำอะไรเลย
  • พึ่งลูกหลานเป็นแผนหลัก
  • ไม่มีประกันสุขภาพ แต่หวังใช้เงินเกษียณก้อนเดียว
  • ลงทุนเสี่ยงเกินไปเพราะอยากเร่งผลตอบแทน
  • ซื้อผลิตภัณฑ์ระยะยาวโดยไม่ดูสภาพคล่อง
  • ไม่ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน
  • ไม่คำนวณเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาล

การเริ่มช้าไม่ได้น่ากลัวเท่าการไม่ยอมเห็นตัวเลขจริง

สรุป

การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของคนมีเงินเยอะ แต่เป็นเรื่องของคนที่ไม่อยากให้อนาคตตัวเองขึ้นอยู่กับโชคหรือภาระของลูกหลาน

6 สเตปที่ควรเริ่มทำคือ:

  1. วาดชีวิตหลังเกษียณให้ชัด
  2. คำนวณเงินเกษียณแบบง่ายก่อน
  3. เช็กทรัพย์สิน หนี้สิน และช่องว่างที่ต้องเติม
  4. ปิดหนี้แพงก่อน แล้วค่อยเร่งออม
  5. เพิ่มอัตราออมและเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับอายุ
  6. กันความเสี่ยงสุขภาพก่อนเงินเกษียณรั่ว

เริ่มช้าไม่ใช่จุดจบครับ

แต่ถ้ารู้ว่าเริ่มช้าแล้วเริ่มจริง วันนี้อาจเป็นวันที่ทำให้ชีวิตบั้นปลายของคุณและครอบครัวเบาลงได้มากกว่าที่คิด

ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้ควรเริ่มจากตรงไหน ต้องมีเงินเกษียณประมาณเท่าไหร่ หรือควรใช้ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต หรือประกันบำนาญเข้ามาช่วยวางแผนอย่างไร ทัก LINE OA มาได้ครับ ผมช่วยไล่ตัวเลขเบื้องต้นให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลประกอบ

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุ 40 หรือ 50 ยังทันไหม

ยังทันครับ แต่ต้องจริงจังกว่าคนที่เริ่มเร็ว เพราะเวลาทบต้นน้อยลง ควรเริ่มจากคำนวณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง เพิ่มอัตราออม และเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับระยะเวลาที่เหลือ

ควรมีเงินเกษียณเท่าไหร่ถึงพอ

ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน สูตรตั้งต้นคือค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ x 12 x จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ แล้วค่อยเผื่อเงินเฟ้อ ค่ารักษาพยาบาล และรายได้ประจำที่มีอยู่

ประกันสุขภาพจำเป็นกับแผนเกษียณไหม

สำคัญมากครับ เพราะหลังเกษียณรายได้จากงานลดลง แต่ค่ารักษาพยาบาลมีโอกาสเพิ่มขึ้น ประกันสุขภาพที่วางไว้ตั้งแต่ยังแข็งแรงจึงช่วยลดความเสี่ยงที่เงินเกษียณจะถูกใช้หมดจากค่ารักษาก้อนใหญ่

ประกันบำนาญช่วยอะไรได้บ้าง

ประกันบำนาญช่วยเปลี่ยนเงินออมบางส่วนเป็นกระแสเงินสดหลังเกษียณตามเงื่อนไขสัญญา เหมาะกับคนที่ต้องการรายได้ประจำระยะยาว แต่ควรดูเบี้ย ระยะเวลาจ่าย และสภาพคล่องควบคู่กัน

สนใจทำประกัน

อ่านแล้วอยากให้ช่วยดูแผนของตัวเองไหม

ส่งข้อมูลติดต่อไว้ได้เลยครับ ผมจะช่วยไล่โจทย์เรื่องงบ โรงพยาบาล แผนเดิมที่มี และแผนที่ควรจัดลำดับก่อนหลังให้เหมาะกับชีวิตจริง

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ กดตรงนี้ ติดต่อพี่มิก ไทยประกันชีวิต โทร 082-9424666