วางแผนการเงิน

ประกันชีวิต vs การลงทุน: เราเอาผลตอบแทน (IRR) มาเทียบกันตรง ๆ ได้จริงหรือ?

อธิบายการใช้ IRR เปรียบเทียบประกันชีวิตกับการลงทุน ทำไมตัวเลขผลตอบแทนอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิด และควรแยกบทบาทของความคุ้มครอง เงินออม ภาษี สภาพคล่อง และความเสี่ยงอย่างไร

เผยแพร่ 20/5/2569

คำถามที่เจอบ่อยมากคือ ประกันชีวิตให้ IRR เท่าไหร่ เทียบกับเอาเงินไปลงทุนเอง แบบไหนคุ้มกว่า

นี่เป็นคำถามที่ดีครับ เพราะคนซื้อควรรู้ว่าตัวเองจ่ายเงินแล้วได้อะไรกลับมา

แต่ถ้าเอา IRR ของประกันชีวิตไปวางเทียบกับผลตอบแทนของกองทุน หุ้น หรือสินทรัพย์ลงทุนแบบตรง ๆ แล้วตัดสินว่าอะไร “ดีกว่า” จากตัวเลขเดียว อาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย

เพราะประกันชีวิตกับการลงทุนมีหน้าที่คนละอย่าง

บทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า IRR ใช้ดูอะไรได้ ใช้ดูอะไรไม่ได้ และควรตัดสินใจอย่างไรให้เหมาะกับแผนการเงินจริง

IRR คืออะไรแบบภาษาคนทั่วไป

IRR หรือ Internal Rate of Return คืออัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่คำนวณจากกระแสเงินสดเข้าออกตลอดช่วงเวลา

ถ้าเป็นประกันชีวิต ตัวเลขที่เอามาคิดมักมี:

  • เบี้ยที่จ่ายแต่ละปี
  • เงินคืนระหว่างสัญญา
  • เงินครบกำหนดสัญญา
  • เงินบำนาญหรือผลประโยชน์ตามเงื่อนไข

ตัวเลข IRR จึงช่วยให้เห็นว่า ถ้ามองเฉพาะเงินที่จ่ายเข้าและเงินที่รับคืน ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณเท่าไหร่

แต่ปัญหาคือ ประกันชีวิตไม่ได้มีแค่ “เงินคืน” อย่างเดียว

สิ่งที่ IRR เห็น และสิ่งที่ IRR ไม่เห็น

IRR เห็น:

  • จ่ายเบี้ยเท่าไหร่
  • ได้เงินคืนเมื่อไหร่
  • ได้เงินครบสัญญาเท่าไหร่
  • ผลตอบแทนจากกระแสเงินสดประมาณกี่เปอร์เซ็นต์

แต่ IRR อาจไม่สะท้อนเต็ม ๆ เรื่องเหล่านี้:

  • ทุนประกันชีวิตที่จ่ายให้ครอบครัวหากเสียชีวิตก่อนเวลา
  • ความแน่นอนของผลประโยชน์ตามสัญญา
  • วินัยการออมระยะยาว
  • สิทธิ์ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์
  • สิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไข
  • ความสบายใจของคนที่ต้องการเงินก้อนแน่นอน
  • ความเสี่ยงที่ครอบครัวจะขาดรายได้กะทันหัน

ดังนั้น IRR เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

ประกันชีวิตทำหน้าที่อะไร

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอธิบายหลักการวางแผนประกันว่า การทำประกันช่วยจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต ครอบครัว ทรัพย์สิน และหนี้สิน เพื่อให้แผนการเงินไม่พังเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

พูดง่าย ๆ คือ ประกันชีวิตมีหน้าที่หลักคือ โอนความเสี่ยง

ถ้าเราเสียชีวิตเร็วเกินไป ทุพพลภาพ หรือเกิดเหตุที่ทำให้รายได้หาย ครอบครัวอาจยังมีเงินก้อนมารับช่วงภาระ เช่น:

  • หนี้บ้าน
  • ค่าเลี้ยงดูครอบครัว
  • ค่าเทอมลูก
  • ค่าใช้จ่ายพ่อแม่
  • ค่าใช้จ่ายสุดท้าย

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ผลตอบแทนแบบลงทุน แต่เป็น “เงินป้องกันความเสียหาย”

การลงทุนทำหน้าที่อะไร

การลงทุนมีเป้าหมายหลักคือเพิ่มมูลค่าเงินในระยะยาว

เช่น กองทุนรวม หุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากหรือประกันบางประเภท แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง เช่น:

  • ราคาขึ้นลง
  • ขาดทุนได้
  • ผลตอบแทนไม่แน่นอน
  • ต้องมีวินัยลงทุน
  • ต้องรับความผันผวนทางใจ

SET อธิบายแนวคิดเรื่องผลตอบแทนกับความเสี่ยงไว้ชัดว่า การลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนสูงขึ้น ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นควบคู่กัน

ดังนั้นการลงทุนเหมาะกับเงินที่เรายอมรับความผันผวนได้ และมีระยะเวลามากพอ

ทำไมเทียบ IRR ตรง ๆ แล้วอาจพลาด

ลองดูตัวอย่างแบบง่าย:

ถ้าประกันชีวิตแบบหนึ่งมี IRR 2-3% ต่อปี และกองทุนหุ้นคาดหวังระยะยาว 6-8% ต่อปี หลายคนจะบอกว่ากองทุนดีกว่า

แต่คำถามคือ:

  • ถ้าปีแรกผู้เอาประกันเสียชีวิต ครอบครัวได้เงินก้อนเท่าไหร่
  • ถ้าเอาเงินไปลงทุนเอง ครอบครัวมีเงินคุ้มครองทันทีเท่าไหร่
  • ถ้าตลาดลง 30% ตอนต้องใช้เงิน จะทำอย่างไร
  • ถ้าคนลงทุนไม่มีวินัย ถอนเงินกลางทาง แผนยังอยู่ไหม
  • ถ้าเป้าหมายคือเงินแน่นอนบางส่วน การลงทุนตอบโจทย์หรือไม่

ตัวเลข IRR ของประกันอาจต่ำกว่า แต่ประกันให้ “ความแน่นอนและความคุ้มครอง” ที่การลงทุนปกติไม่ได้ให้ทันที

ในทางกลับกัน ถ้าคนมีทุนคุ้มครองเพียงพอแล้ว มีเงินสำรองแล้ว และต้องการเพิ่มผลตอบแทนระยะยาว การเอาเงินทั้งหมดไปซื้อประกันที่ผลตอบแทนต่ำเกินไปก็อาจไม่เหมาะ

ควรเปรียบเทียบอย่างไรให้แฟร์

อย่าเริ่มจากคำถามว่า “อันไหนผลตอบแทนสูงกว่า”

ให้เริ่มจากคำถามว่า เงินก้อนนี้มีหน้าที่อะไร

เงินเพื่อปิดความเสี่ยงชีวิต

ควรดูทุนประกัน ความคุ้มครอง ระยะเวลาคุ้มครอง และเบี้ยที่จ่ายไหว

IRR ไม่ใช่ตัวหลักของเงินก้อนนี้

เงินเพื่อออมแบบแน่นอน

ควรดูผลประโยชน์ตามสัญญา ความแน่นอน สภาพคล่อง ระยะเวลาจ่ายเบี้ย และ IRR ประกอบ

เงินเพื่อเกษียณ

ควรดูรายได้หลังเกษียณ ความสม่ำเสมอ ภาษี เงินเฟ้อ และโอกาสที่เงินจะหมดก่อนชีวิต

ประกันบำนาญอาจเหมาะเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ประจำ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นทั้งหมดของแผนเกษียณ

เงินเพื่อเพิ่มผลตอบแทน

ควรดูการลงทุนที่เหมาะกับความเสี่ยง ระยะเวลา และเป้าหมาย เช่น กองทุน หุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ

ประกันแบบไหนควรดู IRR เป็นพิเศษ

IRR มีประโยชน์มากกับประกันที่มีองค์ประกอบเงินคืนหรือเงินสะสม เช่น:

  • ประกันสะสมทรัพย์
  • ประกันบำนาญ
  • ประกันตลอดชีพบางแบบ
  • ประกันควบการลงทุนบางประเภท

แต่สำหรับประกันชีวิตที่เน้นคุ้มครองสูง เบี้ยต่ำ เช่น แบบชั่วระยะเวลา การดู IRR อาจไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะหน้าที่ของแบบนี้คือให้ทุนคุ้มครองในต้นทุนที่เหมาะสม

ตัวอย่างการจัดพอร์ตแบบไม่ชนกัน

สมมติคนวัยทำงานมีครอบครัวและมีรายได้ประจำ

แผนที่สมดุลอาจเป็น:

  • ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองหนี้และคนข้างหลัง
  • ประกันสุขภาพเพื่อกันค่ารักษาไม่ให้กินเงินลงทุน
  • เงินสำรองฉุกเฉิน 6-12 เดือน
  • กองทุนหรือการลงทุนระยะยาวเพื่อเพิ่มผลตอบแทน
  • ประกันบำนาญหรือแหล่งรายได้ประจำบางส่วนหลังเกษียณ

เมื่อแยกหน้าที่แบบนี้ ประกันกับการลงทุนจะไม่ต้องสู้กันเอง แต่ทำงานร่วมกัน

คำถามก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนซื้อประกันหรือเลือกลงทุน ลองถามตัวเอง:

  1. เงินก้อนนี้ต้องการความคุ้มครองหรือผลตอบแทน
  2. ถ้าเสียชีวิตเร็ว ครอบครัวมีเงินพอไหม
  3. ถ้าตลาดลงทุนตกหนัก เรายังถือไหวไหม
  4. ต้องใช้เงินเมื่อไหร่
  5. ยอมล็อกเงินนานได้ไหม
  6. ต้องการลดหย่อนภาษีหรือไม่
  7. เบี้ยประกันระยะยาวจ่ายไหวจริงไหม
  8. ผลตอบแทนที่เห็นรวมความเสี่ยงแล้วหรือยัง

คำตอบเหล่านี้สำคัญกว่าการดู IRR เพียงตัวเดียว

สรุป

เอา IRR ของประกันชีวิตมาเทียบกับการลงทุนได้ไหม?

คำตอบคือ เทียบได้บางมุม แต่เทียบตรง ๆ แบบดูตัวเลขอย่างเดียวไม่ได้

เพราะประกันชีวิตมีหน้าที่หลักคือปิดความเสี่ยงและสร้างความแน่นอนบางส่วน ส่วนการลงทุนมีหน้าที่หลักคือเพิ่มมูลค่าเงินโดยรับความเสี่ยงจากตลาด

ถ้าเราใช้ประกันทำหน้าที่ลงทุนทั้งหมด อาจเสียโอกาสผลตอบแทน

แต่ถ้าเราใช้การลงทุนแทนประกันทั้งหมด ครอบครัวอาจไม่มีเงินก้อนทันทีในวันที่เกิดเหตุไม่คาดคิด

วิธีที่ดีที่สุดคือ แยกหน้าที่ของเงินให้ชัด แล้วให้ประกันและการลงทุนทำงานร่วมกัน

ถ้าคุณมีแบบประกันอยู่แล้วและอยากรู้ว่า IRR ประมาณเท่าไหร่ ควรถือไว้เพื่อหน้าที่อะไร หรือควรแยกเงินไปลงทุนเพิ่มอย่างไร ทัก LINE OA มาได้ครับ ผมช่วยดูภาพรวมให้เข้าใจง่ายขึ้นก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลประกอบ

คำถามที่พบบ่อย

IRR คืออะไร

IRR คืออัตราผลตอบแทนภายใน ใช้คำนวณผลตอบแทนเฉลี่ยจากกระแสเงินสดเข้าออกตลอดช่วงเวลา เช่น จ่ายเบี้ยกี่ปี ได้เงินคืนเมื่อไหร่ และได้เงินครบสัญญาเท่าไหร่

เอา IRR ประกันไปเทียบกับกองทุนได้ไหม

เทียบได้บางมุม แต่ไม่ควรเทียบตรง ๆ แบบดูตัวเลขอย่างเดียว เพราะประกันชีวิตมีบทบาทเรื่องความคุ้มครองชีวิต วินัยออม และเงื่อนไขสัญญา ส่วนกองทุนมีบทบาทเรื่องโอกาสผลตอบแทนและความเสี่ยงจากตลาด

ถ้า IRR ประกันต่ำกว่าการลงทุน แปลว่าประกันไม่คุ้มไหม

ไม่เสมอไปครับ ต้องดูว่าเราต้องการอะไร ถ้าต้องการปิดความเสี่ยงชีวิตหรือสร้างเงินแน่นอนบางส่วน ประกันอาจเหมาะ แต่ถ้าต้องการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินระยะยาวและรับความเสี่ยงได้ การลงทุนอาจเหมาะกว่า

ควรซื้อประกันหรือเอาเงินไปลงทุนดี

ควรแยกเงินตามหน้าที่ก่อน เช่น เงินคุ้มครองความเสี่ยง เงินสำรอง เงินเกษียณ และเงินลงทุนเพิ่มผลตอบแทน ไม่ควรให้ผลิตภัณฑ์เดียวทำทุกหน้าที่แทนทั้งชีวิต

สนใจทำประกัน

อ่านแล้วอยากให้ช่วยดูแผนของตัวเองไหม

ส่งข้อมูลติดต่อไว้ได้เลยครับ ผมจะช่วยไล่โจทย์เรื่องงบ โรงพยาบาล แผนเดิมที่มี และแผนที่ควรจัดลำดับก่อนหลังให้เหมาะกับชีวิตจริง

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ กดตรงนี้ ติดต่อพี่มิก ไทยประกันชีวิต โทร 082-9424666