คำถามคลาสสิกของคนมีเงินก้อนคือ เอาเงินไปไว้ไหนดี
บางคนฝากธนาคารไว้เฉย ๆ เพราะสบายใจ บางคนอยากลงทุนแต่ไม่อยากรับความผันผวนมาก บางคนอยากให้เงินทำงาน แต่ก็ยังอยากเห็นตัวเลขผลประโยชน์ชัด ๆ ว่าปีไหนได้อะไร
ถ้าคุณเป็นคนที่มีเงินก้อนและอยากจัดเงินส่วนหนึ่งไว้ในแผนระยะกลางถึงยาว ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีเงินคืนรายปีอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจ
บทความนี้จะพามาดู มันนี่ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 แบบละเอียด โดยเฉพาะประเด็นสำคัญอย่าง เงินคืนที่รับรอง และ เงินปันผลที่ไม่รับรอง เพราะถ้าเข้าใจสองคำนี้ผิด อาจตัดสินใจจากตัวเลขที่ยังไม่ครบภาพ

มันนี่ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 คือแนวคิดแบบไหน
จากภาพประกอบ แผนนี้เป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่วางโครงแบบ:
- จ่ายเบี้ยประกัน 4 ปี
- คุ้มครอง 18 ปี
- มีเงินคืนรายปี 4%
- มีเงินครบสัญญา 350%
- มีโอกาสรับเงินปันผล หากมี ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- ไม่ต้องตรวจสุขภาพตามรายละเอียดในภาพประกอบ
พูดง่าย ๆ คือ จ่ายสั้น รับเงินคืนระหว่างทาง และรอเงินก้อนปลายสัญญา
ตัวอย่างจากภาพ: ทุนประกัน 1,000,000 บาท
ตัวอย่างประกอบ:
- ผู้เอาประกัน: หญิง อายุ 30 ปี
- แบบประกัน: มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 18/4
- ทุนประกัน: 1,000,000 บาท
- เบี้ยประกันภัย: 980,000 บาทต่อปี
- ระยะเวลาชำระเบี้ย: 4 ปี
- ระยะเวลาเอาประกันภัย: 18 ปี
- เบี้ยประกันภัยที่ชำระรวม 4 ปี: 3,920,000 บาท
ตัวเลขจริงของแต่ละคนขึ้นกับอายุ เพศ ทุนประกัน สุขภาพ และเงื่อนไขการรับประกัน จึงควรดูใบเสนอขายเฉพาะรายก่อนตัดสินใจ
เงินคืน 4% ทุกปี หมายถึงอะไร
คำว่า เงินคืน ในแผนนี้หมายถึงเงินหรืออัตราที่บริษัทรับรองและจะจ่ายให้ ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
จากตัวอย่างทุนประกัน 1,000,000 บาท:
- เงินคืน 4% = ปีละ 40,000 บาท
- รับตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 1-17
- รวม 17 ครั้ง
- รวมเงินคืนที่รับรองการจ่าย 680,000 บาท
นี่คือส่วนที่ต่างจากเงินปันผล เพราะเป็นผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์
ครบสัญญาได้เงินเท่าไหร่
เมื่อครบสัญญาปีที่ 18 จากตัวอย่างจะได้รับเงินครบสัญญา 350% ของทุนประกัน
ถ้าทุนประกัน 1,000,000 บาท จะเท่ากับ:
- เงินครบสัญญา 3,500,000 บาท
- เงินคืนระหว่างสัญญารวม 680,000 บาท
- รวมผลประโยชน์ที่บริษัทรับรองการจ่ายตลอดสัญญา 4,180,000 บาท
เมื่อเทียบกับเบี้ยรวม 4 ปีที่ 3,920,000 บาท ผลประโยชน์มากกว่าเบี้ยประกันที่ชำระอยู่ที่ 260,000 บาท ในกรณีที่รับเงินคืนระหว่างทางและไม่มีเงินปันผล
ถ้าคงเงินคืนสะสมไว้กับบริษัท จะต่างอย่างไร
ในคำอธิบายเพิ่มเติมระบุว่า หากผู้เอาประกันภัยคงเงินคืนสะสมไว้กับบริษัท ปัจจุบันบริษัทกำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี
แต่ต้องเข้าใจให้ถูกว่า:
- อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของบริษัท
- บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 0 ต่อปี
- ผู้เอาประกันสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านเว็บไซต์บริษัท
จากภาพตัวอย่าง กรณีคงเงินคืนสะสมไว้กับบริษัท ยอดเงินคืนสะสมอาจเป็น 744,589.90 บาท แทนการรับเงินคืนรวม 680,000 บาท แต่ตัวเลขนี้ขึ้นกับเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยสะสมที่บริษัทประกาศ
เงินปันผลคืออะไร และทำไมต้องระวัง
นี่คือจุดที่สำคัญมาก
เงินปันผล หมายถึงผลประโยชน์ที่บริษัทไม่รับรองการจ่าย และอาจไม่มีการจ่ายในบางปี
เงินปันผลจะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น:
- ผลตอบแทนจากการลงทุนของสินทรัพย์กลุ่มผลิตภัณฑ์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล
- ต้นทุนทั้งหมดของกรมธรรม์ประกันภัย
- หลักเกณฑ์การจัดสรรเงินปันผลของบริษัท
- เงื่อนไขว่ากรมธรรม์ยังมีผลบังคับและผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่ ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่มีการจ่ายเงินปันผล
ดังนั้นเงินปันผลในเอกสารจึงเป็น ตัวอย่างตามสมมติฐาน ไม่ใช่ตัวเลขที่รับรองว่าจะได้แน่นอน
ตัวอย่างผลประโยชน์เมื่อมีเงินปันผล
จากภาพตัวอย่าง แสดงกรณีสมมติฐานเงินปันผลเมื่อครบกำหนดสัญญา โดยใช้ผลตอบแทนจากการลงทุน 3%, 4% และ 5% ต่อปี
ตัวอย่างกรณีรับเงินคืนระหว่างสัญญา:
- ไม่มีเงินปันผล: รวมผลประโยชน์ 4,180,000 บาท
- กรณี 3%: รวมผลประโยชน์ 4,854,200 บาท
- กรณี 4%: รวมผลประโยชน์ 5,445,600 บาท
- กรณี 5%: รวมผลประโยชน์ 6,132,000 บาท
ตัวอย่างกรณีคงเงินคืนสะสมไว้กับบริษัท:
- ไม่มีเงินปันผล: รวมผลประโยชน์ 4,244,589.90 บาท
- กรณี 3%: รวมผลประโยชน์ 4,918,789.90 บาท
- กรณี 4%: รวมผลประโยชน์ 5,510,189.90 บาท
- กรณี 5%: รวมผลประโยชน์ 6,196,589.90 บาท
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นโอกาสของแผน แต่ต้องอ่านคู่กับคำเตือนว่า เงินปันผลไม่รับรองการจ่าย
คุ้มกว่าฝากทิ้งไว้เฉย ๆ ไหม
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ อาจคุ้มกว่าในบางเป้าหมาย แต่ไม่ใช่แทนบัญชีเงินฝากทั้งหมด
เงินฝากมีจุดเด่นเรื่องสภาพคล่อง ถอนใช้ได้ง่าย และเหมาะกับเงินฉุกเฉิน
ส่วนแผนสะสมทรัพย์แบบนี้มีจุดเด่นเรื่อง:
- วางเงินระยะกลางถึงยาว
- เห็นเงินคืนที่รับรองตามกรมธรรม์
- มีเงินครบสัญญา
- มีความคุ้มครองชีวิต
- มีโอกาสรับเงินปันผล หากมี
- ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เมื่อเข้าเงื่อนไข
ดังนั้นควรคิดแบบนี้: เงินฉุกเฉินควรอยู่ในที่คล่องตัว ส่วนเงินที่ตั้งใจไม่ใช้ระยะสั้น อาจแบ่งมาวางในแผนที่มีโครงสร้างผลประโยชน์ชัดเจนกว่า
ลดหย่อนภาษีได้ไหม
ประกันชีวิตที่เข้าเงื่อนไขกรมสรรพากรสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง โดยกลุ่มประกันชีวิตทั่วไปและประกันสุขภาพรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
จากภาพประกอบระบุว่าสามารถลดหย่อนภาษีได้ 100,000 บาท แต่ในทางปฏิบัติต้องเช็กว่า:
- กรมธรรม์เข้าเงื่อนไขลดหย่อนภาษีหรือไม่
- ปีนั้นใช้สิทธิประกันชีวิตหรือสุขภาพไปแล้วเท่าไหร่
- ฐานภาษีของผู้เอาประกันอยู่ระดับไหน
- เบี้ยส่วนที่เกินวงเงินลดหย่อน ต้องมองเป็นการวางแผนเงินระยะยาว ไม่ใช่ประโยชน์ภาษี
อย่าซื้อเพราะภาษีอย่างเดียว ควรซื้อเพราะแผนนี้ตรงกับเป้าหมายเงินก้อนและกระแสเงินสดของเราจริง
ใครเหมาะกับมันนี่ฟิต เวลท์ตี้ 18/4
แผนนี้อาจเหมาะกับคนที่:
- มีเงินก้อนหรือมีกระแสเงินสดสูงในช่วง 4 ปี
- ต้องการวางเงินระยะ 18 ปี
- ไม่อยากรับความผันผวนสูงจากตลาดทุน
- อยากมีเงินคืนรายปีระหว่างสัญญา
- ต้องการเงินครบสัญญาเป็นก้อนในอนาคต
- ต้องการความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับการออม
- อยากใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไข
เหมาะมากกับคนที่บอกว่า “มีเงินอยู่ แต่ไม่อยากปล่อยให้นอนนิ่งทั้งหมด และยังไม่อยากลงทุนเสี่ยงมาก”
ใครควรคิดให้รอบก่อนซื้อ
แผนนี้อาจยังไม่ใช่คำตอบแรก ถ้าคุณ:
- ยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน
- ต้องใช้เงินก้อนในระยะสั้น
- ต้องการถอนเงินได้ตลอดเวลา
- รับภาระเบี้ยปีละสูง ๆ ต่อเนื่อง 4 ปีไม่ได้
- ต้องการผลตอบแทนที่รับประกันสูงกว่านี้
- ยังไม่เข้าใจความต่างระหว่างเงินคืนกับเงินปันผล
เพราะถ้าหยุดกลางทางหรือเวนคืนก่อนเวลา ผลประโยชน์อาจไม่เป็นไปตามภาพที่เห็นตอนครบสัญญา
ก่อนตัดสินใจ เช็ก 5 เรื่องนี้
1. เงินก้อนนี้ต้องใช้เมื่อไหร่
ถ้าต้องใช้ใน 1-3 ปี อาจไม่เหมาะกับแผนที่มีระยะ 18 ปี
2. เบี้ย 4 ปีจ่ายไหวแน่นอนไหม
ตัวอย่างจ่ายปีละ 980,000 บาท รวม 4 ปี 3,920,000 บาท ต้องมั่นใจว่าจ่ายต่อเนื่องได้
3. ต้องการรับเงินคืนหรือสะสมไว้กับบริษัท
รับเงินคืนจะได้กระแสเงินสดทุกปี ส่วนคงเงินคืนสะสมอาจได้ดอกเบี้ยตามอัตราที่บริษัทประกาศ
4. เข้าใจเงินปันผลแล้วหรือยัง
เงินปันผลไม่ใช่ผลประโยชน์รับรอง ต้องมองเป็นโอกาสเพิ่มเติม ไม่ใช่ฐานหลักในการตัดสินใจ
5. มีแผนสุขภาพและเงินสำรองพร้อมหรือยัง
ก่อนล็อกเงินระยะยาว ควรกันความเสี่ยงค่ารักษาและเงินฉุกเฉินให้พอ
สรุป
มันนี่ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 เป็นแผนที่เหมาะกับคนมีเงินก้อนและอยากจัดเงินบางส่วนให้ทำงานแบบมีกรอบชัด จ่ายเบี้ยสั้น 4 ปี รับเงินคืน 4% ทุกปีในช่วงปีที่ 1-17 และมีเงินครบสัญญา 350% ตามตัวอย่าง
จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ เงินคืนเป็นผลประโยชน์ที่รับรองตามกรมธรรม์ แต่เงินปันผลไม่รับรองการจ่าย ตัวเลขเงินปันผลในเอกสารเป็นเพียงตัวอย่างตามสมมติฐาน ไม่ควรใช้เป็นตัวเลขแน่นอนในการตัดสินใจ
ถ้าคุณมีเงินก้อนและอยากรู้ว่าควรฝาก ลงทุน หรือแบ่งบางส่วนมาวางในแผนแบบนี้ดีไหม ทัก LINE OA มาครับ ผมช่วยดูให้ว่าเงินส่วนไหนควรคล่องตัว เงินส่วนไหนวางระยะยาวได้ และแผนนี้เหมาะกับเป้าหมายคุณแค่ไหน
แหล่งข้อมูลประกอบ
- กรมสรรพากร: หมวดค่าลดหย่อนประกันชีวิต/ประกันชีวิตแบบบำนาญ/ประกันสุขภาพ
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: ข้อมูลอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
- ข้อมูลตัวอย่างแบบประกันและคำอธิบายเพิ่มเติมจากภาพประกอบที่ใช้ในบทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
มันนี่ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 คืออะไร
เป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่จ่ายเบี้ย 4 ปี คุ้มครอง 18 ปี มีเงินคืนรายปี 4% ตั้งแต่ปีที่ 1-17 และมีเงินครบสัญญา 350% ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
เงินคืนกับเงินปันผลต่างกันอย่างไร
เงินคืนคือผลประโยชน์ที่บริษัทรับรองและจะจ่ายตามที่ระบุในกรมธรรม์ ส่วนเงินปันผลเป็นผลประโยชน์ที่ไม่รับรองการจ่าย อาจมีหรือไม่มีในบางปี และขึ้นกับผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มผลิตภัณฑ์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล
ตัวอย่างทุน 1,000,000 บาท ได้เงินคืนเท่าไหร่
ตามตัวอย่าง ได้เงินคืน 4% ปีละ 40,000 บาท ตั้งแต่ปีที่ 1-17 รวม 680,000 บาท และครบสัญญารับ 3,500,000 บาท รวมผลประโยชน์ที่รับรองการจ่าย 4,180,000 บาท ก่อนพิจารณาเงินปันผลที่อาจมีหรือไม่มี
เหมาะกับคนที่มีเงินก้อนไหม
เหมาะกับคนที่มีเงินก้อนและต้องการจัดเงินบางส่วนไว้ในแผนระยะกลางถึงยาว รับเงินคืนระหว่างทาง และไม่ต้องการความผันผวนสูง แต่ควรมีเงินสำรองและสภาพคล่องเพียงพอก่อนตัดสินใจ
สนใจทำประกัน
อ่านแล้วอยากให้ช่วยดูแผนของตัวเองไหม
ส่งข้อมูลติดต่อไว้ได้เลยครับ ผมจะช่วยไล่โจทย์เรื่องงบ โรงพยาบาล แผนเดิมที่มี และแผนที่ควรจัดลำดับก่อนหลังให้เหมาะกับชีวิตจริง