คำว่า Passive Income มักทำให้หลายคนนึกถึงหุ้น ปันผล ค่าเช่า หรือธุรกิจที่ปล่อยให้ทำงานแทนเรา
แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบความผันผวนมาก อยากรู้ล่วงหน้าว่าจะได้เงินคืนเมื่อไหร่ เท่าไหร่ และยังอยากมีความคุ้มครองชีวิตไปพร้อมกัน ประกันชีวิตแบบมีเงินคืนก็เป็นอีกเครื่องมือที่น่าสนใจ
บทความนี้จะพามาดูตัวอย่าง ธนทวี 25/15 แบบเข้าใจง่าย ว่าแผนนี้สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องอย่างไร เหมาะกับใคร และต้องเช็กอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ธนทวี 25/15 คือแนวคิดแบบไหน
จากตัวอย่างในภาพ แผนนี้เป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่วางโครงแบบ:
- จ่ายเบี้ยประกัน 15 ปี
- คุ้มครอง 25 ปี
- รับเงินคืน 1% ตั้งแต่ปีที่ 2-24
- รับเงินครบสัญญาในปีที่ 25
- มีความคุ้มครองชีวิตตามทุนประกันและเงื่อนไขกรมธรรม์
พูดง่าย ๆ คือ จ่ายระยะกลาง รับเงินคืนระหว่างทาง และมีเงินก้อนปลายทาง
ตัวอย่างจากภาพ: ทุน 1,000,000 บาท อายุ 40 ปี
ข้อมูลตัวอย่างในภาพ:
- แบบประกัน: ธนทวี 25/15 [EN27]
- เพศ: ชายหรือหญิง
- อายุ: 40 ปี
- ทุนประกัน: 1,000,000 บาท
- เบี้ยประกันภัยรายปี: 75,000 บาท
- ระยะเวลาชำระเบี้ย: 15 ปี
- ระยะเวลาเอาประกันภัย: 25 ปี
- กำไรรวมตามภาพ: 394,735 บาท
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างประกอบการอธิบายเท่านั้น เบี้ยจริงและผลประโยชน์จริงต้องดูจากอายุ เพศ ทุนประกัน สุขภาพ และใบเสนอขายเฉพาะราย
รับเงินคืนต่อเนื่องทุกปีอย่างไร
จากข้อมูลในภาพ แผนนี้มีเงินคืน 1% ของทุนประกัน ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 2 ถึงปีที่ 24 รวม 23 ครั้ง
ถ้าทุนประกัน 1,000,000 บาท เงินคืน 1% คือ:
- รับครั้งละ 10,000 บาท
- รับรวม 23 ครั้ง
- รวมเงินคืนระหว่างสัญญา 230,000 บาท
จุดนี้คือเหตุผลที่หลายคนมองว่าแผนลักษณะนี้ช่วยสร้างกระแสเงินสดระหว่างทางได้ เพราะไม่ได้รอรับเงินทั้งหมดตอนครบสัญญาอย่างเดียว
ครบสัญญาได้เงินก้อนเท่าไหร่
จากตัวอย่าง เมื่อครบสัญญาได้รับเงินครบสัญญา 126% ของทุนประกัน
ถ้าทุนประกัน 1,000,000 บาท จะเท่ากับ:
- เงินครบสัญญา 1,260,000 บาท
- เงินคืนระหว่างสัญญา 230,000 บาท
- รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญา 1,490,000 บาท หรือ 149% ของทุนประกันตามภาพ
นี่คือจุดที่แผนสะสมทรัพย์ต่างจากการฝากเงินทั่วไป เพราะมีทั้งเงินคืนตามรอบเวลา เงินครบสัญญา และความคุ้มครองชีวิตระหว่างทาง
Passive Income แบบนี้ต่างจากการลงทุนอย่างไร
ต้องพูดให้ชัดว่า เงินคืนจากประกันชีวิตไม่ใช่ Passive Income แบบหุ้นปันผลหรือกองทุนที่มีราคาขึ้นลงตามตลาด
แต่เป็น กระแสเงินสดตามสัญญา ที่วางเงื่อนไขไว้ล่วงหน้า จึงเหมาะกับคนที่ต้องการความชัวร์มากกว่าการลุ้นผลตอบแทนสูง
ข้อดีคือ:
- รู้รอบรับเงินคืนล่วงหน้า
- รู้เงินครบสัญญาตามเงื่อนไข
- มีความคุ้มครองชีวิต
- ช่วยสร้างวินัยออม
- ใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนลดหย่อนภาษีได้เมื่อเข้าเงื่อนไข
ข้อแลกเปลี่ยนคือ:
- ต้องจ่ายเบี้ยต่อเนื่อง
- สภาพคล่องไม่เท่าบัญชีเงินฝาก
- หากยกเลิกก่อนเวลาอาจไม่ได้ผลประโยชน์ตามที่คาด
- ผลตอบแทนอาจไม่สูงเท่าสินทรัพย์เสี่ยงในบางช่วงเวลา
ธนทวี 25/15 เหมาะกับใคร
แผนลักษณะนี้อาจเหมาะกับคนที่:
- อยากออมเงินระยะยาวแบบมีวินัย
- ไม่อยากเสี่ยงกับตลาดมาก
- ต้องการเงินคืนระหว่างสัญญาไว้ใช้เป็นกระแสเงินสด
- มีรายได้พอจ่ายเบี้ยต่อเนื่อง 15 ปี
- ต้องการความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับเงินออม
- อยากวางแผนภาษีด้วยประกันชีวิตที่เข้าเงื่อนไข
โดยเฉพาะคนที่ชอบความแน่นอน แผนแบบนี้ช่วยให้เห็นภาพว่าแต่ละช่วงเวลาจะมีเงินกลับมาเมื่อไหร่
ใครควรคิดให้รอบก่อนซื้อ
แผนนี้อาจยังไม่ใช่ตัวเลือกแรก ถ้าคุณ:
- ยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน
- รายได้ไม่แน่นอน
- ต้องใช้เงินก้อนในระยะสั้น
- ต้องการผลตอบแทนสูงและรับความเสี่ยงตลาดได้
- ยังไม่มีประกันสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็น
- ไม่มั่นใจว่าจะจ่ายเบี้ยครบ 15 ปี
เพราะประกันสะสมทรัพย์จะทำงานดีที่สุดเมื่อถือครบตามเงื่อนไข ถ้าหยุดก่อนเวลา ผลลัพธ์อาจไม่สวยเหมือนตัวเลขที่เห็นตอนครบสัญญา
แล้วลดหย่อนภาษีได้ไหม
ประกันชีวิตที่เข้าเงื่อนไขกรมสรรพากรสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ภายใต้วงเงินและเงื่อนไขที่กำหนด โดยกลุ่มประกันชีวิตทั่วไปและประกันสุขภาพรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
ดังนั้นถ้าซื้อแผนนี้เพื่อภาษี ต้องเช็กก่อนว่า:
- กรมธรรม์เข้าเงื่อนไขลดหย่อนหรือไม่
- ปีนี้ใช้สิทธิประกันชีวิตหรือสุขภาพไปแล้วเท่าไหร่
- ฐานภาษีของเราอยู่ระดับไหน
- เบี้ยที่จ่ายสูงกว่าวงเงินที่ใช้สิทธิได้หรือไม่
อย่าซื้อเพราะคำว่า “ลดหย่อน” อย่างเดียว ควรซื้อเพราะแผนนี้ตอบโจทย์เงินออม ความคุ้มครอง และกระแสเงินสดของเราจริง
ก่อนตัดสินใจ เช็ก 5 ข้อนี้
1. เงินคืน 10,000 บาทต่อปีช่วยอะไรในชีวิตคุณ
บางคนใช้เป็นเงินท่องเที่ยว บางคนใช้เป็นเงินจ่ายเบี้ยบางส่วน บางคนเก็บต่อเป็นเงินก้อนเล็ก ๆ ถ้ารู้เป้าหมาย เงินคืนจะมีความหมายมากขึ้น
2. เบี้ย 75,000 บาทต่อปีจ่ายไหวไหม
ตัวอย่างในภาพเบี้ยปีละ 75,000 บาท ต้องจ่าย 15 ปี ควรดูว่าไม่ทำให้เงินสดในชีวิตตึงเกินไป
3. ระยะเวลา 25 ปีตรงกับเป้าหมายไหม
แผนนี้เหมาะกับเงินที่ไม่ต้องใช้ระยะสั้น เช่น เงินอนาคต เงินครอบครัว หรือเงินสำรองระยะยาว
4. ความคุ้มครองชีวิตพอไหม
ทุน 1,000,000 บาทอาจพอสำหรับบางคน แต่ถ้ามีหนี้บ้าน ลูก หรือคนที่ต้องพึ่งพารายได้ อาจต้องคำนวณทุนชีวิตเพิ่ม
5. มีแผนสุขภาพแล้วหรือยัง
ก่อนล็อกเงินระยะยาว ควรมีแผนสุขภาพหรือเงินสำรองค่ารักษาที่เหมาะสม เพราะค่ารักษาเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดก่อนเงินครบสัญญา
สรุป
ธนทวี 25/15 เหมาะกับคนที่อยากสร้างกระแสเงินสดแบบคาดการณ์ได้ รับเงินคืนต่อเนื่อง และมีเงินครบสัญญาในอนาคต โดยไม่ต้องไปลุ้นตลาดทุกวัน
จุดเด่นคือ จ่ายเบี้ย 15 ปี คุ้มครอง 25 ปี รับเงินคืน 1% ตั้งแต่ปีที่ 2-24 และรับเงินครบสัญญา 126% ตามตัวอย่าง เมื่อรวมผลประโยชน์ตลอดสัญญา ภาพประกอบแสดงไว้ที่ 149% ของทุนประกัน
แต่ความเหมาะสมต้องดูจากรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย เป้าหมายการเงิน ความคุ้มครองที่มีอยู่ และความสามารถในการจ่ายเบี้ยต่อเนื่อง
ถ้าอยากรู้ว่าแผนนี้เหมาะกับคุณไหม ทัก LINE OA มาครับ ผมช่วยดูให้ได้ว่าเบี้ยระดับไหนไม่หนักเกินไป เงินคืนระหว่างทางควรวางไว้ทำอะไร และควรจัดคู่กับแผนสุขภาพหรือแผนชีวิตแบบไหนให้สมดุล
แหล่งข้อมูลประกอบ
- กรมสรรพากร: หมวดค่าลดหย่อนประกันชีวิต/ประกันชีวิตแบบบำนาญ/ประกันสุขภาพ
- ข้อมูลตัวอย่างแบบประกันจากภาพประกอบที่ใช้ในบทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
ธนทวี 25/15 คืออะไร
เป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่จ่ายเบี้ย 15 ปี คุ้มครอง 25 ปี มีเงินคืนระหว่างสัญญา และมีเงินครบสัญญาตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนเงินคืนแบบคาดการณ์ได้
รับเงินคืนทุกปีจริงไหม
ตามตัวอย่างในภาพ รับเงินคืน 1% ของทุนประกันตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 2-24 รวม 23 ครั้ง เช่น ทุนประกัน 1,000,000 บาท รับครั้งละ 10,000 บาท รวม 230,000 บาท
ครบสัญญาได้เงินเท่าไหร่
ตามตัวอย่างทุนประกัน 1,000,000 บาท ครบสัญญารับเงินครบสัญญา 126% หรือ 1,260,000 บาท และเมื่อรวมเงินคืนระหว่างสัญญา ผลประโยชน์ตลอดสัญญาตามภาพคือ 149% หรือ 1,490,000 บาท
ธนทวี 25/15 เป็น Passive Income ได้ไหม
เรียกได้ในความหมายของกระแสเงินสดที่รับคืนตามสัญญาอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ใช่ Passive Income แบบการลงทุนที่มีโอกาสขึ้นลงตามตลาด จึงควรมองเป็นเงินคืนที่คาดการณ์ได้และมีความคุ้มครองชีวิตร่วมด้วย
สนใจทำประกัน
อ่านแล้วอยากให้ช่วยดูแผนของตัวเองไหม
ส่งข้อมูลติดต่อไว้ได้เลยครับ ผมจะช่วยไล่โจทย์เรื่องงบ โรงพยาบาล แผนเดิมที่มี และแผนที่ควรจัดลำดับก่อนหลังให้เหมาะกับชีวิตจริง